ปวงเทพผู้นิราศ

Dragonfly Direct วันนี้ขอเสนอ หนังสือตำนานดีๆ อีกเล่ม เรื่องราวของเหล่าเทพเจ้าและวีรบุรุษ ที่ถูกบรรดาเทพกรีกขับไล่ให้นิราศไปจากความทรงจำของผู้คน จริงอยู่ว่าอารยธรรมกรีกและโรมันเป็นรากฐานสำคัญของอารยธรรมในยุโรปจนถึงปัจจุบัน แต่เทพเจ้าก็ไม่ได้มีแต่เทพเจ้ากรีกเท่านั้น ใน "ปวงเทพผู้นิราศ" ผู้เขียนได้เล่าถึงเทพปกรณัมของยุโรปตะวันตก ซึ่งแบ่งได้เป็นสองสายหลัก คือ เคลติก และ ติวตันนิก

ผู้เขียนคือคุณพัณณิดา ภูมิวัฒน์ เป็นนักเขียนที่เราชื่นชมมากที่สุดคนหนึ่ง ตามปกติเธอจะเขียนวรรณกรรมแฟนตาซีเป็นหลัก มีไซไฟ-แฟนตาซีบ้าง งานของพี่เขามีคุณค่ามากกว่าเพียงความสนุกสนานแบบงานแฟนตาซีสมัยใหม่ทั่วไป ทั้งในด้านของแก่นสาระ ความคิด ความประณีตของภาษา

ก่อนที่จะกลายเป็นแนะนำนักเขียนแทนแนะนำหนังสือ (จริงๆ ก็ตั้งใจอย่างนั้นแหละ เพราะเห็นว่างานของนักเขียนคนนี้มีคุณค่ามากทุกเรื่อง) ย้อนกลับมาที่ปวงเทพฯ เล่มนี้ยอมรับว่างานค่อนข้างลวก มีพวกคำผิดพลาดอยู่หลายแห่ง แต่เนื้อหาสาระก็ดีมากๆ ในเล่มแบ่งออกเป็นสองภาค คือเคลติก และติวตันนิก และมีพูดถึงที่มาที่ไปของตำนานด้วย ซึ่งตรงนี้แหละที่เราคิดว่าคอปกรณัมทั้งหลายควรรู้ เกี่ยวกับการกระจายของอารยธรรมโรมัน ไปจนถึงการแผ่อิทธิพลของคริสตศาสนา

ดินแดนแถบที่ยังมีอิทธิพลของเคลติกหลงเหลืออยู่ได้แก่แถบสเปน ฝรั่งเศส อังกฤษ ไอร์แลนด์ เรื่องที่คิดว่าน่าจะรู้จักกันดีก็คือตำนานพระเจ้าอาเธอร์ ส่วนติวตันนิก หรือเยอรมันนิกก็จะเป็นพวกนอร์ส ไวกิ้ง เทพเจ้าไวกิ้งนี่ถึงแม้คนไทยอาจรู้สึกไม่ค่อยคุ้นเคย ไม่ป๊อปปูล่าเหมือนพวกเทพกรีก แต่เชื่อเถอะว่าคนไทย โดยเฉพาะคอเกม น่าจะคุ้นเคยกับชื่อเทพเจ้าพวกนี้ไม่น้อยเลย ยกตัวอย่างเช่น โอดิน ธอร์ โลกิ(หมอนี่จริงๆ ไม่ใช่เทพหรอก แต่ก็อยู่ในหมู่เทพ) ฟริกก์ เฟรย่า ฮั่นแน่ คุ้นๆ แล้วใช่ไหมล่ะ ใช่แล้ว เรื่องราวของแรกนารอคนี่ก็มาจากปกรณัมของติวตันนิก คือพวกไวกิ้งนั่นเอง

เห็นในบล็อก Fantastica ของคุณ P.S. ช่วงนี้ก็พูดถึงพวกตำนานติวตันนิกอยู่ เช่นเรื่องของวาลคีรี่ ตำนานนิเบลลุงส์(เรื่องของตาซิกฟรีด) แต่เนื้อหาที่เล่าก็ค่อนข้างต่างจากที่คุณพัณณิดาเขียนไว้ ในปวงเทพฯ จะค่อนข้างเจาะที่ตัวบุคคล คือเหล่าเทพและวีรบุรุษต่างๆ

สรุปว่า หนังสือเล่มนี้ คนรักตำนานและปกรณัมไม่ควรพลาดค่ะ โดยส่วนตัว เรื่องที่ชอบที่สุดคือเรื่องของตัวบราวนีแห่งเฟิร์นเดน(เคลติก)

และคราวหน้า จะนำเรื่องราวบางส่วนจากในหนังสือมาเล่า คิดว่าจะเอาส่วนของเทพเจ้าไวกิ้งมา ตั้งแต่เรื่องการสร้างโลก และเทพเจ้าต่างๆ ไปจนถึงวันแรกนารอค (ล่อคอเกมโดยเฉพาะ เชื่อว่าหลายๆ คนเคยเล่น แต่ไม่รู้เรื่อง) ซึ่งคิดว่าใครเล่นเกมคงคุ้นๆ กับชื่อเหล่านี้แล้ว คราวนี้จะได้รู้ว่าชื่อไหนเป็นอะไรกันแน่

ป.ล. ใกล้เปิดเทอมแล้วล่ะ(เปิดวันที่ 7 รู้สึกจะช้ากว่าชาวบ้านแฮะ) เปิดเทอมแล้วสงสัยจะได้ฤกษ์ดองยาวอีกแหงเลย ขออภัยทุกท่านด้วยเน่อ

คนเรามักกลัวสิ่งที่ไม่รู้ เช่น ผี วิญญาณความตาย ความตายนั้นก็มักกลัวในสองลักษณะ คือกลัวตาย เพราะเราไม่รู้ว่าตายแล้วเป็นอย่างไร ตายแล้วจะไปไหน และการกลัวคนใกล้ชิดจะตาย นั่นคือกลัวการสูญเสีย

เฮเดส (Hades) คือนามแห่งยมเทพ เป็นเทพผู้ปกครองยมโลก เนื่องจากมีอำนาจเหนือชีวิตหลังความตายทั้งหมด เทพองค์นี้จึงเป็นที่กลัวเกรงอย่างยิ่ง แม้กระทั่งนามเฮเดสก็ไม่ใช่นามที่จะเรียกกันพล่อยๆ ได้ จึงมีชื่อที่ใช้เรียกกันว่า พลูโต (Pluto) และชาวโรมันก็นำเอาชื่อพลูโตนี้ไปใช้

เทพเฮเดส เป็นบุตรของเทพไทแทนโครนัสและไทแทนเนสเรอา ก็คือเป็นพี่ชายของซูสนั่นเอง เทพสามพี่น้อง คือ ซูส โพไซดอน และเฮเดส ได้จับสลากกันแบ่งเขตปกครอง โดยซูสได้ท้องฟ้า โพไซดอนได้ห้วงสมุทร และเฮเดสได้ยมโลก ในยมโลกเฮเดสจึงถือเป็นใหญ่สูงสุด เป็นที่กลัวเกรงของทั้งคนเป็นคนตาย ส่วนพื้นโลกมนุษย์ถือเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกัน แต่ดูเหมือนเฮเดสก็ไม่ค่อยจะขึ้นมายุ่งเท่าไหร่

ถึงจะเป็นยมเทพที่พอใจอยู่เฉพาะในโลกมืดใต้พิภพ แต่เฮเดสก็ยังมีความรักในหัวใจ ดังเช่นครั้งหนึ่งที่ขึ้นมาบนโลก ก็เกิดปิ๊งเทวีเพอร์เซโฟนีซึ่งเป็นธิดาของซูสกับเทวีดิมีเทอร์ (หมายความว่าเป็นหลานของเฮเดสนั่นเอง) เฮเดสก็จัดแจงสู่ขอกับซูสเรียบร้อยตามธรรมเนียม ซูสก็ไม่ขัดข้องอะไร แต่เห็นว่าเทวีดิมีเทอร์คงไม่ยอมเป็นแน่ ซูสจึงแนะนำให้เฮเดส....

...ฉุดเลยครับท่าน...กรี๊ดดดดดด

เฮเดสก็บ้าจี้ทำตาม ระหว่างที่เทวีเพอร์เซโฟนีกำลังเดินเล่มชมดอกไม้เพลิดเพลินสำราญใจ พื้นดินก็แยกออก เฮเดสขี่รถม้าขึ้นมาจากยมโลก ฉุดเพอร์เซโฟนีขึ้นรถกลับยมโลก เทวีถูกจู่โจมไม่ทันตั้งตัวก็เลยไม่ทันทำอะไร ได้แต่กรีดร้องเรียกแม่จ๋าช่วยหนูด้วย เสียงร้องนั้นดังไปจนถึงหูเทวีดิมีเทอร์ที่อยู่ไกลออกไป แต่ถึงจะได้ยินก็ช่วยไม่ทันแล้ว

เทวีดิมีเทอร์นี้เป็นเทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน เป็นเทวีแห่งการเกษตร พืชผล การเก็บเกี่ยว พอเทวีโศกเศร้าที่ธิดาโดนฉกตัวไป พืชผลต่างๆ แห้งเหี่ยว จนชาวบ้านเดือดร้อนไปทั่ว ร้อนถึงซูส สุดท้ายก็เลยต้องส่งเทพเฮอร์เมสลงไปเจรจากับเฮเดส ขอให้ส่งตัวเทวีเพอร์เซโฟนีคืนให้มารดา เทพเฮเดสก็ตกลง แต่เทวีเพอร์เซโฟนีได้รับประทานทับทิมเข้าไปแล้ว (จำนวนยังเป็นปริศนา๑ เมล็ดบ้าง๔ เมล็ดบ้าง๗ เมล็ดบ้าง) ซึ่งอาหารในยมโลกนี้ หากกินเข้าไปแล้วจะต้องกลับมายังยมโลกอีก สุดท้ายจึงตกลงได้ว่า จะให้เทวีกลับขึ้นมาอยู่บนโลกกับมารดา ๔ เดือน อีก ๘ เดือนให้อยู่กับเฮเดสในยมโลก (หรืออยู่บนโลก ๖ เดือน อยู่ในยมโลก ๖ เดือน)

ช่วงเวลาที่เทวีขึ้นมาบนโลกนั้นก็จะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้บาน นกร้องเพลง สดใสสดชื่น เทวีจึงถือเป็นเทวีแห่งฤดูใบไม้ผลิด้วย ส่วนช่วงเวลาที่อยู่ในยมโลก เทวีก็เป็นราชินีแห่งยมโลก (บางที่ก็ว่า เทวีเดิมมีแต่นามเทวีโคเร เป็นเทวีแห่งฤดูใบไม้ผลิ ส่วนนามเพอร์เซโฟนีเพิ่งจะได้มาในฐานะเทวีแห่งยมโลก)

กลับมาที่เฮเดสต่อ เทพเฮเดสนั้นถึงอย่างไรก็ยังมีจิตใจอ่อนโยน และมีดนตรีในหัวใจ เห็นได้จากตอนที่ออร์ฟิอูสลงมาขอนางยูริดิซีคืน ซึ่งเฮเดสก็ยอม

เฮเดส ยังเป็นชื่อที่หมายถึงยมโลกด้วย เป็นคำเรียกที่ย่อมาจาก The House of Hades เมื่อคนตายแล้ว วิญญาณก็จะเดินทางมายังยมโลก โดยชารอนจะเป็นผู้แจวเรือพาดวงวิญญาณข้ามแม่น้ำสติกซ์ และมีสุนัขสามหัวเซอร์บีรัสเป็นผู้เฝ้าปากทาง เซอร์บีรัสจะยอมให้วิญญาณผ่านเข้าไป แต่ไม่ยอมให้ผ่านออกมา

หากวิญญาณของผู้ใดที่ทำบาปหนา และถูกพิพากษาให้ต้องถูกทรมานชั่วกัปชั่วกัลป์ วิญญาณก็จะถูกส่งไปยังอเวจีทาร์ทารัส(tartarus) ซึ่งมืดมิดยิ่งกว่าราตรีที่มืดที่สุด เป็นที่ๆ วิญญาณบาปจะถูกจองจำไปตลอดกาล และเป็นที่จองจำของเทพไทแทนไทแทนเนสด้วย

ส่วนมนุษย์ที่เป็นที่โปรดปรานของทวยเทพ หรือประกอบคุณงามความดีไว้มาก จนได้รับพรจากทวยเทพให้มีชีวิตอมตะ เมื่อสิ้นอายุขัยก็จะได้ไปยังแดนสุขาวดีเอลิชิอุม (Elysium) และอยู่ที่นั่นอย่างสุขสบายชั่วนิรันดร์

ยังจำบล็อกข้าพเจ้ากันได้อยู่หรือเปล่าเนี่ย - -"

ขออภัยจริงๆ ที่หายไปนานนนนนมากกกกกกกกกกกก

ตั้งใจจะเข้ามาอัพตั้งแต่ช่วงสอบ แต่ติดขัดหลายประการ

เรื่องที่จะอัพจริงๆ ไม่ใช่นี่หรอก แก้ขัดไปก่อนเนาะ ^ ^"

แล้วจะรีบมาอัพใหม่น้อ

ว่าแล้วก็เชิญไปทัศนา

http://www.howarddavidjohnson.com/mythic-women.htm

(ขณะที่คนไปดูรูป ก็ค่อยๆ ย่องหายไป)