ถ้าพูดถึงสุริยเทพในตำนานของกรีก-โรมัน หลายๆคนคงจะนึกถึงฟีบัส อพอลโล เพราะงั้น เราจะมาพูดถึงองค์อื่นกัน(อ้าว) รวมทั้งอพอลโล ซึ่งก็ได้รับการนับถือว่าเป็นสุริยเทพด้วย
องค์แรกที่จะพูดถึงในวันนี้ คือไฮพีริอัน (Hyperion) เป็นเทพไททัน บุตรของเทพยูเรนัสและพระแม่ธรณีเจ องค์นี้ออกจะไม่ดัง แบบว่ารุ่นเก๋าเกินไปละมั้ง ไฮพีริอันเป็นบิดาของเฮสุริยเทพลิออส จันทราเทวีเซเลเน และอรุโณทัยเทวีอิออส
องค์ต่อมา คือเฮลิออส หรือเฮลิอัส (Helios หรือ Helius) เป็นบุตรของไฮพีริอันที่พูดถึงไปข้างบน มีน้องสาวร่วมบิดามารดาอีกสององค์ คือเซเลเน เทวีจันทรา และอิออส เทวีอรุโณทัย เป็นสุริยเทพน่าสงสาร ถูกจำสับสนอยู่เรื่อย สับกับไฮพีริอันผู้เป็นบิดาบ้าง กับอพอลโล (ซึ่งไม่ได้เป็นอะไรกันเล้ย) บ้าง
ว่ากันว่า เฮลิออสถูกเหล่าเทพไททัน คือบรรดาลุงๆอาๆทั้งหลาย จับกดน้ำ เพราะโมโหที่เฮลิออสไปเข้าข้างพวกเทพโอลิมเปียน จากนั้นเฮลิออสก็เลยผุดขึ้นจากห้วงสมุทร แล้วลอยขึ้นฟ้ากลายเป็นดวงอาทิตย์ไป
สุริยเทพจะขับรถทรงเทียมม้าสี่ตัว โคจรไปบนฟ้าตอนกลางวัน โดยมีอรุโณทัยเทวีอิออสนำหน้า แล้วตอนกลางคืนก็จะนั่งถ้วยทองลอยตุ๊บป่องๆล่องลำน้ำโอเซอะนัสกลับบ้าน เป็นเทพที่คอยสังเกตทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งบนพิภพและใต้พิภพ เพราะเป็นผู้รู้เห็นทุกอย่างนี้เอง มนุษย์จึงมักอ้างสุริยเทพในการทำสัตย์สาบานต่างๆ
สุดท้าย อพอลโล หลายคนคงรู้จักเทพองค์นี้ เพราะงั้นจะพูดถึงคร่าวๆแล้วกัน อพอลโลเป็นบุตรของเทพบดีซูสกับเทวีเลโต มีพี่สาวฝาแฝดคือเทวีอาร์ทิมิสหรือไดอานา
อพอลโลได้รับการนับถือว่าเป็นเทพแห่งแสงสว่าง ความเป็นหนุ่ม การดนตรี การรักษาพยาบาล โคลงกลอน การพยากรณ์ การยิงธนู และปศุสัตว์ ควบหลายตำแหน่งมาก แถมหลายใจด้วย ไปมีรักกับชาวบ้านเขาไปทั่ว (ทั้งชายและหญิงด้วยละเอ้อ) แต่ดูเหมือนจะอกหักเสียละมาก เรื่องความรักของอพอลโลนี่ไว้พูดกันทีหลัง
อพอลโลบางครั้งโดนเหมาว่าเป็นองค์เดียวกับเฮลิออส แต่ส่วนใหญ่แล้วยอมรับกันว่าเฮลิออสเป็นเทพไททัน ในขณะที่อพอลโลเป็นเทพโอลิมเปียน และบางตำนานก็ว่า เทพบดีซูสเป็นผู้มอบหมายให้อพอลโลขับรถทรงของสุริยเทพต่อจากเฮลิออส ซึ่งเฮลิออสก็รับช่วงมาจากไฮพีริอันอีกที
อันที่จริงแล้ว สุริยเทพที่ถือกันว่าเป็นสุริยเทพจริงๆ แพร่หลายมากที่สุดก็คงจะเป็นเฮลิออส (ซึ่งสืบทอดตำแหน่งต่อจากไฮพีริอันผู้เป็นบิดา) ส่วนอพอลโลนี่ครองหลายตำแหน่งมาก แต่ดูๆไปแล้ว เอาเข้าจริงก็ไม่ค่อยจะได้รับการพูดถึงในฐานะสุริยเทพมากนัก คงเพราะแกตะลอนๆๆไปทั่ว ไปโผล่ที่นั่นที่นี่มั่ง ไม่เหมือนเฮลิอัสที่เป็นโชเฟอร์ขับราชรถดวงตะวันอย่างสม่ำเสมอละมั้ง
เอาล่ะ สุริยเทพไปแล้ว ตอนต่อไป พบกับเรื่องของเทวีจันทราบ้าง
เซเลเนไม่ใช่ไดอานา...โปรดติดตาม....
คราวที่แล้วเราพูดถึงสุริยเทพไปแล้ว คราวนี้มาว่ากันถึงเทวีจันทราบ้าง ซึ่งเทวีแห่งดวงจันทร์นี้ก็มีความเกี่ยวข้องกับเทพแห่งดวงตะวันอย่างใกล้ชิดทีเดียว
เมื่อพูดถึงเทวีแห่งดวงจันทร์ คนส่วนใหญ่คงนึกถึงอาร์ทิมิส หรือไดอาน่า ผู้เป็นเทวีคู่แฝดของเทพอพอลโล สุริยเทพที่เราๆรู้จักกันแพร่หลายมากที่สุด
แต่อพอลโลนั้น จะว่าไปแล้วก็ไม่ใช่สุริยเทพจริงๆ เสียทีเดียว สุริยเทพที่สามารถเรียกได้เต็มปากเต็มคำว่าเป็นสุริยเทพจริงๆ น่าจะเป็นเฮลิออสเสียมากกว่า และเช่นเดียวกัน เทวีแห่งดวงจันทร์จริงๆ แล้วน่าจะเป็นเทวีเซเลเน น้องสาวของเฮลิออสมากกว่า
เซเลเนหรือเซเลนา (Selene, Selena) เทวีแห่งดวงจันทร์ ชาวโรมันเรียกลูนา เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดากับเฮลิออสสุริยเทพ และเทวีแห่งอรุโณทัยอิออส มีอีกชื่อหนึ่งว่าเมเน (Mene) ตำนานเกี่ยวกับเทวีองค์นี้ที่เป็นที่รู้จักกันมากก็คือตำนานรักของเซเลเนกับเอนดิมิอัน หรือเอนดิเมียน (ขนาดในการ์ตูนเรื่องเซลเลอร์มูน ยังเอาไปทำเป็นเรื่องของเจ้าหญิงแห่งดวงจันทร์กับเจ้าชายเอนดิเมียนเลย)
บางตำนานเล่าว่า เอนดิมิอันหรือเอนดิเมียนนั้นเป็นกษัตริย์รูปงามมากกกกกก (แถมหลงตัวเองอีกต่างหาก) ด้วยความรักในตัวหมอนี่ เทวีเซเลเนได้ให้สัญญาว่า จะบันดาลทุกสิ่งให้ตามที่ขอ ตาหลงตัวเองนี่เลยขอให้ตัวเองหลับไปชั่วนิรันดร์โดยไม่มีวันแก่เฒ่าเหี่ยวแห้งร่วงโรย (มันน่าสาปเป็นดอกพลับพลึงไปซะอีกคน - เรื่องของนาร์ซิสซัสนี่ก็ไว้เล่าคราวหลังนะ) หรือบางตำนานก็ว่าเอนดิเมียนเป็นคนเลี้ยงแกะ แล้ววันนึงขณะที่ต้อนแกะไปเลี้ยง แกก็หลับไป เซเลเนมาพบเข้า เกิดใจปฏิพัทธ์ และกลัวจะโดนสตรีอื่นแย่ง เลยบันดาลให้เอนดิเมียนหลับไปตลอดกาลโดยไม่มีวันแก่ชรา นางจะได้เชยชมแต่ผู้เดียวตลอดไป
นักเขียนในยุคคลาสสิกตอนหลังๆ ไม่ค่อยใส่ใจกับเทวีองค์นี้นัก และมักถือว่าเทวีที่มีความเกี่ยวข้องกับดวงจันทร์คือเทวีอาร์ทิมิส เซเลเนเลยโดนตัดหน้าชิงตำแหน่ง แถมบางทียังถูกเหมารวมว่าเซเลเนเป็นอีกชื่อของอาร์ทิมิสอีกต่างหาก โถ..น่าสงสาร
และแน่นอนว่าต้องพูดถึงเทวีอาร์ทิมิส (Artemis) หรือซินเธีย (Cynthia) ชาวโรมันเรียกว่าไดอานา (Diana) เป็นพี่สาวฝาแฝดของเทพอพอลโล และมักจะออกล่าสัตว์ด้วยกันเสมอ แต่เดิมเป็นเทวีแห่งการกสิกรรม และบางทีก็ถือว่าเป็นเทวีแห่งการให้กำเนิดด้วย เพราะทันทีที่ถือกำเนิดก็เข้าช่วยปรนนิบัติเทวีเลโตผู้เป็นมารดาในการให้กำเนิดเทพอพอลโลน้องชายฝาแฝด
อาร์ทิมิสเป็นเทวีแห่งการล่าสัตว์ เป็นนักธนูเช่นเดียวกับเทพอพอลโล และเป็นเทวีพรหมจารี และมีหลายครั้งที่เทวีสังหารบรรดาหนุ่มๆ ที่บังอาจพยายามเข้ามาล่วงเกิน หรือสังหารผู้ที่หลู่เกียรติของอพอลโล ในขณะที่อพอลโลเองก็ปกป้องเกียรติของอาร์ทิมิส และไม่ยอมให้ใครมาหลู่เกียรติของอาร์ทิมิสได้เช่นกัน (แต่บางครั้งคู่นี้ก็สังหารผู้บริสุทธิ์แหละ - -" )
เทวีอีกองค์ที่มีความเกี่ยวข้องกับเทวีดวงจันทร์คือเทวีเฮคาที (Hecate หรือ Hekate) ซึ่งเป็นเทวีองค์หนึ่งแห่งยมโลก มีเทวรูปของเทวีองค์นี้ที่แสดงเทวีใน ๓ ลักษณะ คือ ในฐานะเทวีเซเลเนแห่งสรวงสวรรค์ ในฐานะเทวีอาร์ทิมิสแห่งโลกมนุษย์ และในฐานะเทวีเฮคาทีแห่งยมโลก
เอาเข้าจริงแล้ว ดูเหมือนว่าผู้ที่มีบทบาทในฐานะสุริยเทพและเทวีจันทราที่จริงน่าจะเป็นเฮลิออสและเซเลเน และแต่เดิมมาก็นับถือเทพและเทวีสององค์นี้ (แล้วก็อิออส เทวีอรุโณทัย สามพี่น้อง) เป็นสุริยเทพและเทวีจันทรา จนกระทั่งนักเขียนรุ่นหลังๆ เริ่มไปให้ความสนใจกับอพอลโลและอาร์ทิมิสมากกว่า จึงเหมือนว่าโดนช่วงชิงตำแหน่งไปกลายๆ แต่ก็มีบางตำนาน ที่เอาเรื่องมาผูกเข้าด้วยกัน ว่าเทพบดีซูสมอบหมายหน้าที่ให้กับอพอลโลและอาร์ทิมิสแทนที่เฮลิออสและเซเลเน ซึ่งทำหน้าที่มานาน จะได้พักผ่อน หรือแปลว่าเฮลิออสกับเซเลเนโดนปลดระวางนั่นเอง...ละมั้ง - -"
edit @ 2005/05/21 13:38:42
เมื่อคราวก่อน ได้เล่าถึงเรื่องของสุริยเทพไป คราวนี้เลยจะขอเล่าถึงตำนานรักที่เกี่ยวข้องกับสุริยเทพบ้าง คือเรื่องของนางไคลทีเอ ผู้หลงรักสุริยเทพจนต้องกลายเป็นดอกทานตะวัน
นางไคลทีเอ (Clytië) เป็นพี่สาวของนางลูโคธีอา(บางที่ว่านางลูโคโธเอ) ซึ่งสุริยเทพเฮลิออสมาหลงรัก จนต้องปลอมเป็นมารดาของนางลูโคธีอาเพื่อเข้าหานาง พอเข้าห้องนางได้ก็กลับเป็นเฮลิออสร่วมหลับนอนกับนาง (ชั่วมากกกกกกก) นางไคลทีเอซึ่งหลงรักสุริยเทพอยู่รู้เข้าก็เกิดริษยา จึงไปฟ้องกษัตริย์ออร์คามัสผู้เป็นบิดา ทำให้นางลูโคธีอาถูกลงโทษให้ฝังทั้งเป็น สุริยเทพเฮลิออสเสียใจมาก จึงบันดาลให้นางลูโคธีอากลายเป็นพุ่มไม้หอมหรือกำยาน แต่ก็ไม่ได้มารักใคร่ไยดีอะไรกับนางไคลทีเอ หนำซ้ำจะเกลียดขี้หน้าหนักเข้าเสียอีก นางไคลทีเอจึงต้องทุกข์ระทมอยู่ลำพัง นางเฝ้าคร่ำครวญหาสุริยเทพ ไม่ยอมแตะต้องทั้งอาหารและน้ำเลยติดต่อกันถึง ๙ วัน (อึดเป็นบ้า) จนรากงอก กลายเป็นดอกทานตะวัน คอยหันหน้าตามดวงอาทิตย์ตั้งแต่อรุณรุ่งจนกระทั่งอาทิตย์อัสดงตลอดไป
อีกตำนานเล่าว่า นางไคลทีเอเป็นนางอัปสรประจำลำธาร นางหลงรักเทพอพอลโลในฐานะสุริยเทพ แต่อพอลโลไม่มีใจตอบ นางจึงได้แต่นั่งเฝ้ามองอพอลโลขับรถดวงตะวันข้ามฟากฟ้าตั้งแต่เช้าจรดเย็น ติดต่อกันถึง ๙ วัน โดยไม่เป็นอันกินอันนอน จนกระทั่งกลายเป็นดอกทานตะวัน คอยเฝ้ามองดวงตะวันไปตลอดกาล ดอกทานตะวันจึงเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงจริงใจ เหมือนกับนางไคลทีเอที่มั่นคงต่อสุริยเทพแต่เพียงผู้เดียวจนต้องกลายเป็นดอกทานตะวันนั่นเอง
***********************
อีกตำนานที่จะเล่าคราวนี้ คือตำนานดอกพลับพลึง หรือเรื่องของนาร์ซิสซัสนั่นเอง (เห็นในบล็อก fantastica เขาไปประกาศไว้แล้ว เลยต้องรีบมาเขียน - -")
คราวนี้เราจัดให้เป็นแพคเกจ คือนาร์ซิสซัส แล้วแถมด้วยนางเอคโค (ก็มันเกี่ยวกันอยู่น่ะนะ) จะเป็นอย่างไรนั้น เชิญติดตาม ตะแล้นตะแล้นตะแล้น~
นาร์ซิสซัส เป็นบุตรของนางอัปสรเลไรโอเพ กับเทพประจำแม่น้ำเซฟิสซัส นาร์ซิสซัสเป็นหนุ่มรูปงาม หล่อมากกกกกกกก จนมีผู้มาหลงรักมากมายทั้งหญิงและชาย (โอ้ว้าว o___O) แต่นาร์ซิสซัสก็ไม่ได้มีใจตอบผู้ใดเลย
ในบรรดาผู้ที่มาหลงรักนาร์ซิสซัสนี้ มีนางอัปสรเอคโครวมอยู่ด้วยนางเอคโคนี้ถูกเทวีฮีราสาปให้ไม่สามารถพูดสิ่งใดได้ นอกจากพูดทวนคำที่มีคนพูดก่อนเท่านั้น นางเอคโคหลงรักนาร์ซิสซัส แต่ไม่สามารถพูดได้ดั่งใจคิดได้ นาร์ซิสซัสพูดอะไรก็ได้แต่พูดตาม จนนาร์ซิสซัสโมโห นึกว่ามาล้อกันเล่น จึงด่าว่าตัดรอนนางเอคโคอย่างไม่ไยดี นางเอคโคทั้งเสียใจทั้งโกรธ เลยสวดอ้อนวอนต่อเทวีเนเมซิส-เทวีแห่งการแก้แค้นหรือกรรมตามสนอง ขอให้นาร์ซิสซัสมีรักที่ไม่สมปรารถนาบ้าง จะได้รู้ถึงความรู้สึกของผู้อื่น (บางตำนานก็ว่าเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกนาร์ซิสซัสปฏิเสธ หรือบ้างก็ว่าเป็นเหล่าหญิงสาวที่ถูกนาร์ซิสซัสหักอกชนิดไม่ถนอมน้ำใจ)
เทวีเนเมซิสก็บันดาลให้ตามที่นางเอคโค(หรือใครก็ตาม)ขอ เมื่อนาร์ซิสซัสแวะดื่มน้ำที่ลำธารแห่งหนึ่ง มองลงไปในน้ำเห็นเงาตัวเองก็เกิดหลงเงานั้น แต่เมื่อเอื้อมมือไปจะคว้าเงา เงานั้นก็กลับเลือนไปไม่สามารถคว้าได้ (ก็แหงล่ะย่ะ เงาในน้ำนี่) นาร์ซิสซัสจึงได้แต่นั่งเฝ้ามองเงาของตนด้วยความหลงใหล จนรากงอก กลายเป็นดอกพลับพลึงอยู่ริมน้ำตั้งแต่นั้นมา
และมีอีกตำนาน ซึ่งไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนัก บอกว่านาร์ซิสซัสมีน้องสาวฝาแฝดอยู่คนหนึ่งซึ่งนาร์ซิสซัสรักมาก แต่น้องสาวฝาแฝดก็เสียชีวิตไป นาร์ซิสซัสเสียใจมาก และวันหนึ่ง ขณะไปดื่มน้ำที่บ่อน้ำ มองลงไปในน้ำก็เกิดเห็นเงาตัวเองเป็นเงาน้องสาว จึงเฝ้ามองเงานั้นไม่เป็นอันกินอันนอน จนเสียชีวิตและกลายเป็นดอกพลับพลึงไปในที่สุด
ส่วนนางเอคโค (Echo) นั้นเดิมเป็นนางอัปสรที่มีศิลปะในการพูดเป็นเลิศ (แปลเป็นภาษาชาวบ้านว่าพูดมากนั่นเอง) เทพซูสหรือจูปิเตอร์จึงใช้ให้คอยพูดจาชักจูงเทวีฮีราไว้ตอนที่พระองค์จะไปหากิ๊ก(หรือชู้นั่นเอง) พอเทวีฮีรารู้ว่าซูสแอบไปหากิ๊กอีกแล้วก็โกรธ และจะรีบตามไป แต่เจอนางเอคโคมาขวางไว้ และพูดจาจนเทวีฮีราฟังเพลินอยู่เป็นนาน กว่าเทวีฮีราจะรู้ตัวว่าโดนหลอกถ่วงเวลา ก็ตามซูสไม่ทันแล้ว จึงโกรธและสาปนางเอคโค ไม่ให้สามารถพูดอะไรได้อีก นอกจากจะพูดทวนสิ่งที่มีผู้อื่นพูดก่อนเท่านั้น นางเอคโคโดนสาป เสียความสามารถในการพูด ไม่สามารถพูดได้อย่างคนอื่นเขาอีกก็อับอาย จึงหลีกลี้หนีไปอยู่ตามลำพังในถ้ำในป่าเขา แต่เจ้ากรรมดันไปเจอนาร์ซิสซัสอีก เกิดหลงรักนาร์ซิสซัสแต่ไม่ได้รับความรักตอบ นางจึงตรอมใจจนเสียชีวิต เหลือแต่เสียงไว้ตามป่าเขา คอยสะท้อนตอบเสียงของผู้คนที่กู่ร้อง คำว่าเอคโค (Echo) จึงมีความหมายถึงเสียงสะท้อนนั่นเอง